News

บริการด้านอาหาร: หลักการรับประทานอาหารของผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน

บริการด้านอาหาร: หลักการรับประทานอาหารของผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน จากการสำรวจพบว่าคนไทยเรา ป่วยเป็นโรคเบาหวานเป็นจำนวนมากเพราะพฤติกรรมการรับประทานอาหารทำให้คนไทยรับประทานอาหารโดยไม่เลือก ประกอบกับดมืองไทยของเรามีอาหารการกินให้เลือกรับประทานมากมาย และอาหารมีความอร่อยทำให้ป่วยเป็นโรคประจำตัวจากการรับประทานอาหาร

ซึ่งในบางคนที่ชอบรับประทานอาหารที่มีรสหวาน ก็มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้ ซึ่งถ้าหากยังรับประทานอาหารโดยไม่เลือก ก็อาจจะทำให้ป่วยเป็นโรคเบาหวานได้ เพราะผู้ที่มีผลเลือดหรืออาการเข้าเกณฑ์การวินิจฉัยโรคเบาหวานก็จะวินิจฉัยเป็นโรคเบาหวาน คือผู้ที่มีผลน้ำตาลในเลือดอยู่ระหว่าง 100-125 มก% น้ำตาลเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 5.7-6.4 จะให้การวินิจฉัยว่าเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน กลุ่มเหล่านี้มีความสำคัญคือจะมีอัตราการเกิดเบาหวานสูงกว่าประชาชนทั่วไป และอาจจะมีโรคแทรกซ้อนหัวใจ และหลอดเลือดเทียบเท่าโรคเบาหวานได้เลยทีเดียว โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มีรูปร่างที่อ้วน ก็อาจจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวาน แต่ผู้ที่มีรูปร่างผอมแต่ชอบรับประทานอาหารโดยไม่ระวัง ก็จะทำให้เกิดโรคเบาหวานได้เช่นเดียวกัน ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานอาจจะมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆตามมาด้วย แต่การป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานสามารถป้องกันได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหารและหมั่นออกกำลังกาย ซึ่งวันนี้ เราจะมาแนะนำในเรื่องของการรับประทานอาหารสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน เพื่อให้เราได้ระมัดระวังตัวและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคด้วย

สำหรับอาหารป้องกันโรคเสี่ยงเบาหวานมีหลักการรับประทานอาหารคือ ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีรสหวาน เช่น ชาเขียว น้ำผลไม้ กาแฟ น้ำอัดลม สินค้าบางชนิดไม่ได้ใส่น้ำตาลกลูโคส แต่ใส่น้ำตาลฟรัตโตส ซึ่งเป็นเสียต่อสุขภาพเหมือนกัน ดังนั้นไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานทั้งหมด นอกจากนี้ ก็ควรลดปริมาณอาหาร สำหรับผู้ที่มีรูปร่างอ้วน หรือเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานจะต้องลดปริมาณอาหารลง โดยมีพลังงานจะต้องไม่เกินกำหนดต่อความต้องการของร่างกาย แต่ก็ยังสามารถรับประทานอาหารได้แต่ต้องลดปริมาณอาหารลง และควรที่จะรับประทานอาหารที่มีใยอาหาร เพราะอาหารที่มีใยอาหารมาก ได้แก่ อาหารประเภท ผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช โดยทั่วไปอาหารที่รับประทานครึ่งหนึ่ง โดยน่าจะเป็นผักและผลไม้ ใยอาหารจะทำให้รู้สึกอิ่มท้องมากขึ้น ในส่วนของเรื่องของการรับประทานอาหารประเภทไขมัน ควรหลีกเลี่ยงอาหารมันโดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว โดยทั่วไปเลือกอาหารที่มีไขมันต่ำ และรับประทานอาหารที่มีไขมันที่ดี่ต่อร่างกายได้แก่ อาหารพวกถั่ว น้ำมันมะกอก และการเลือกรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่มีสีแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อติดมัน อาหารสำเร็จรูป เช่นไส้กรอก หมูแฮม เบคอน กุนเชียง ให้รับประทานไก่ที่ไม่ติดหนัง เนื้อปลา อย่าวไรก็ตาม เราควรที่จะดื่มน้ำให้มากๆ และที่สำคัญควรที่จะหมั่นจะออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยควบคุมน้ำหนัก ควบคุมระดับน้ำตาล ทำให้ร่างกายมีความแข็งแรง และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของการป้องกันโรคเบาหวานทุกชนิด คือ ต้องคอยหมั่นระวังระดับน้ำตาลในเลือดและคลอเลสเตอรอลให้อยู่เกณฑ์ปกติ เน้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และสารอาหารครบถ้วน มีกากใยอาหารสูง หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากเป็นสตรีมีครรภ์ควรเข้ารับการฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ พบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ และได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวานหากมีความเสี่ยง เพื่อสามารถตรวจพบโรคเบาหวานได้ในระหว่างการตั้งครรภ์ เพราะฉะนั้นการดูแลตัวเอง เป็นเรื่องที่สำคัญ และการเลือกรับประทานอาหาร ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องเอาใจใส่ให้มากเป็นพิเศษ ถ้าหากปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเป็นเวลานาน จะส่งผลให้นำไปสู่การเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ทั้งโรคแทรกซ้อนชนิดที่เกิดกับเส้นเลือดขนาดเล็ก เช่น เบาหวานขึ้นตา โรคไต เป็นต้น หรือโรคแทรกซ้อนชนิดที่เกิดกับเส้นเลือดขนาดใหญ่ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน รวมไปถึงโรคแทรกซ้อนที่ระบบประสาทและที่สามารถทำให้ผู้ป่วยต้องสูญเสียอวัยะบางส่วน นอกจากนี้สตรีมีครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ การแท้งบุตรได้ ดังนั้นอยากสนับสนุนให้คนไทย หันมาใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อป้องกันการเกิดโรคต่างๆ เพราะโรคเบาหวานส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหาร ดังนั้นหากเราเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสมก็จะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆได้ด้วย